17 OCT 2021 โอกาสทางธุรกิจ 2 นาทีในการอ่าน 94 VIEWS

เช็กอิน @ J-TOWN ในซานฟรานซิสโก โดย...เต็กพ้ง | นิตยสารอะชีฟ ฉบับเมษายน 2564

แต่ถ้าพูดถึงชุมชนเอเชียอื่นๆ ในซานฟรานซิสโกแล้ว ชุมชนคนญี่ปุ่นหรือ Japan Town ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นย่านเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา คนญี่ปุ่นจะเรียกกันเองว่า นิฮงมาจิ (Nihonmachi) และนับญาติใกล้ชิดกับโอซาก้าจึงได้รับฉายาว่า Little Osaka ส่วนชาวซานฟรานฯ เจ้าบ้านก็เรียกที่นี่เท่ๆว่า J-Town งั้นเราก็ขอเรียกตามนี้ด้วยละกัน

ก่อนจะเข้าเรื่องเที่ยว J-Town ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าผังเมืองในสหรัฐอเมริกานิยมสร้างถนนเป็นเส้นตัดกันในแนวตั้งฉากแล้วเรียกว่า บล็อก (Block) ที่ต้องบอกเรื่องนี้ก็เพื่อให้เห็นภาพว่าขนาดของ J-Town กว้างใหญ่กินพื้นที่ถึง 60 บล็อก! ดังนั้น การเดินเที่ยวชมในเมืองนี้จึงต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อจะได้ชิมช้อป แชะ กันอย่างทั่วถึง

การทักทาย J-Town ควรเริ่มต้นที่ เจดีย์สันติภาพ (Peace Pagoda) ที่จำลองแบบจากเมืองนารา เจดีย์ทรงกลม 5 ชั้นที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์กที่สวยงามและมีความหมาย และยังใช้เป็นพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลอง หรือกิจกรรมสำคัญอื่นๆ รอบบริเวณที่ไม่ว่าเราจะไปทางไหนก็จะสัมผัสบรรยากาศร้านค้าและบ้านเรือนเหมือนเดินอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว อย่างร้าน Daiso หรือที่คุ้นชินในชื่อ ร้าน 100 เยน ก็หาได้ง่ายมาก เดินถัดไปแค่ช่วงใกล้ๆ ผ่าน ซุ้มประตูโทริอิ เข้าสู่ โอซาก้า เวย์ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงขายสารพัดสิ่งยั่วตายั่วใจ ให้เราได้เข้าร้านโน้นออกร้านนี้กันอย่างสนุกสนานจนนึกว่าเดินอยู่ในเอาต์เล็ต

แต่หากจะแวะหาอาหารกลางวันสักมื้อ ไม่ว่าจะจัดหนักเป็นปิ้งย่างหรือยากินิคุแบบแจ่มๆ ไปจนถึงเมนูง่ายๆ อย่างยากิโซบะ ราเมง ปลาดิบ หรือซูชิ ที่นี่มีให้เลือกเยอะมากๆ แบบที่ต้องใส่ไม้ยมกหลายๆ ตัวติดกัน

อิ่มแล้วมีพลังไปช้อปต่อได้ ขอแนะนำให้เดินตรงไปอีกเล็กน้อยพอได้ย่อยอาหาร เตือนก่อนเลยว่าต้องกระชับตังค์ในกระเป๋าให้แน่น เพราะ Japan Center ที่เปิดให้บริการมากว่า 50 ปี ที่นี่มีร้านค้ามากมายให้เลือกเดิน เลือกช้อป ถ้าหากเดินไหวใจสู้เป็นนักช้อประดับมือวางแล้วล่ะก็ มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน บางคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่แนะนำให้มา J-Townตั้งแต่ต้นล่ะ ก็เพราะเราอยากเก็บไว้เป็นที่เที่ยว ที่ช้อป สุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับนั่นเองเป็นสูตรสำเร็จของนักท่องเที่ยวที่ต้องมีของขวัญ ของฝาก ติดไม้ติดมือกลับไปให้คนพิเศษ